ดูทั้งหมด

วัดร้าง

วัดศรีโขง (Wat Sri Khong)

  Thumb

ภาพประกอบ:
ประเภทศิลปกรรม:
รูปแบบศิลปกรรม:
ที่ตั้ง:
พิกัด:
คำสำคัญ:
คำว่า "ศรีโขง" เล่ากันว่า เนื่องมาจากเดิมบริเวณที่เป็นพระเจดีย์ของวัดศรีโขงนี้ เคยมีต้นไม้สรีหลวง คือ ต้นโพธิใหญ่ ซึ่งมี "โขง" หรือ "โพลง" ที่โคนต้น โขงที่ว่านี้มีขนาดกว้างใหญ่ขนาดที่คน 20 คน สามารถเข้าไปหลบฝนได้เลยทีเดียว


ความจริงคำว่า "สรี" หมายถึงต้นโพธินี้ คนเมืองเขียนตามหลักภาษาบาลี คือ (เป็นตัวเมืองพิมพ์ไม่เป็น ให้อ่านในคำจารึกแทนนะครับ) อ่านออกเสียงว่า "สะ-หลี" ภายหลังเขียนตามรูปภาษาสันสกฤตเป็น "ศรี" จึงทำให้ความหมายเปลี่ยนไป

ต่อมา มีการสร้างวัดขึ้นมาและมีโยมอุปัฏฐากท่านหนึ่งในบรรดาหลายๆท่าน คือ แม่บุญศรี กระสัยชัย ภรรยาของนายเตี๋ยเซ้ง กระแสชัย (แซ่ตัน) ลูกสาวคนสุดท้องของหลวงสุนทรโวหารกิจ (บุญถึง แซ่โค้ว) กับนางยิ้มลูกหลาน แม่บุญศรีใช้นามสกุลกระแสชัย สุริยา มีชูกุล ศิริพงศ์ และ หนึ่งในบรรดาลูกๆของท่านคือ อาจารย์วิทยา กระแสชัย เทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ในอดีต

ในยุคหลวงตาป้อมเป็นเจ้าอาวาส มีการสอนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โดยสอนบาลีมีพระมหาพร รตนวณโณ (อาจารย์พร รัตนสุวรรณ) พระมหาเฉวียงเป็นผู้สอน มีนางสาวสมบุญ เธียรสิริ เป็นผู้ให้การสนับสนุน มีพระมหาวิเชียรมาสอนวิปัสสนา

ตามหนังสือ "วัดสำคัญของนครเชียงใหม่" เล่ม ๓ ซึ่งจัดพิมพ์โดยศูนย์ศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖ หน้า ๘๓ บอกว่า วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๐ (ดังนั้นถ้านับถึงปีนี้ คือ พ.ศ.2553 วัดศรีโขงมีอายุได้ 143 ปี)

ตั้งอยู่เลขที่ ๒๖๔ ถนนเจริญราษฏร์ ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ ๒ ไร่ ๙๐ ตารางวา

ตรงข้ามกับประตูวัดทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นหลังวัด มีท่าน้ำใหญ่ติดกับน้ำแม่ปิง คนจึงเรียกกันว่า "ท่าศรีโขง" ด้านเหนือติดกับคุ้มเจ้าราชบุตร (วงศ์ตะวัน) เดิมทิศใต้ติดกับที่ชาวบ้าน เดิมเป็นที่ขึ้นขอนไม้สักที่ไหลมาตามน้ำแม่ปิงจุดหนึ่ง ปัจจุบันเอกชนสัมปทานเป็นท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวใช้ชื่อว่า "ท่าเรือหางแมงป่อง"